3 หลักการพื้นฐานของ “ทฤษฎีคลื่นเอลเลียต”

คลื่นเอลเลียต

หลักการคลื่นเอลเลียต ซึ่งมีที่มาจากปรัชญาพื้นฐานของลำดับเลขฟิโบนาชี่ ได้ชี้ให้เห็นถึงรูปแบบธรรมชาติของจิตมนุษย์ที่เกิดในตลาดหุ้น โดยมีพลังผลักดันของอุปสงค์ และอุปทาน เป็นตัวหลัก

ลักษณะการเคลื่อนไหวขึ้นลงของราคาหุ้นที่เกิดจากความผันแปรของอารมณ์ของผู้ลงทุนเช่นนี้ มีลักษณะที่พบเห็นเด่นชัดอยู่ 3 ลักษณะ คือ

  1. รูปแบบ (Pattern)
  2. ช่วงเวลา (Time)
  3. อัตราส่วน (Ratio)

ทั้งสามลักษณะนี้มีรากฐานมาจากลำดับเลขฟิโบนาชี่ ซึ่งถือว่าเป็นหัวใจสำคัญของทฤษฏีคลื่นเอลเลียต

รูปแบบ (Pattern)

หมายถึง รูปลักษณะและจำนวนของระลอกคลื่นที่ใช้หลักของฟิโบนาชี่ในการนับ ( Wave Count) โดยตั้งอยู่ในข้อสมมุติฐานของเอลเลียตว่า…

“การเคลื่อนไหวของราคาหุ้นไม่ว่าจะเป็นระยะนาน ปีต่อปี เดือนต่อเดือน วันต่อวัน หรือเพียงชั่วโมงต่อชั่วโมงนั้น มีความสัมพันธ์ที่มีลักษณะเกี่ยวข้องกันอย่างใกล้ชิด”

รูปแบบเช่นนี้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีก ในช่วงเวลาที่สั้นที่สุด ซึ่งอาจจะเป็นเพียงแค่ชั่วโมงต่อชั่วโมง จนยาวนานไปจนถึงทศวรรษต่อทศวรรษ

ลักษณะของรูปแบบที่เป็นระลอกคลื่นเช่นนี้เกิดจากเหตุผลที่ว่า…

ในการกระทำทุกอย่าง (Action) จะต้องมีปฏิกิริยาตอบสนองโต้กลับ (Reaction) …การเคลื่อนไหวในแนวโน้มระยะสำคัญในตลาดหุ้น (main trend) หรือการเคลื่อนไหวด้วยแรงกระตุ้นผลักดัน (impulse move) จะถูกตอบสนองด้วยการโต้กลับในทางตรงกันข้ามที่เรียกว่าการปรับตัว (Corrective Move)

แรงกระตุ้นที่เกิดจากการผลักดัน (impulse move) นั้น มาจากการคาดการณ์ หรือการเก็งกำไรด้วยอารมณ์ที่มีมากจนเกินความจริง ซึ่งในท้ายที่สุดย่อมกลับคืนสู่สภาพปกติ (Corrective Move)

เอลเลียตได้สร้างรูปแบบของระลอกคลื่นที่เกิดจากแรงผลักดันและแรงโต้กลับ ด้วยการใช้ลำดับเลขฟิโบนาชี่ 5 และ 3 กล่าว คือ คลื่นกระตุ้นประกอบด้วย 5 ระลอก และคลื่นโต้กลับ 3 ระลอก ในรูปด้านล่าง จะเห็นปรัชญาพื้นฐานของรูปแบบระลอกคลื่นนี้

จะเห็นได้ว่า การเคลื่อนไหวของราคาหุ้นประกอบไปด้วยเส้นสองเส้น คือ เส้นลงเส้นหนึ่ง และเส้นขึ้นเส้นหนึ่ง ทั้งสองเส้นนี้รวมกันเป็นหนึ่งวงจร ในวงจรหนึ่งอาจแบ่งย่อย หรือขยายได้เป็น 3,5,8 และ 13,21,34 เป็นในลักศณะนี้เรื่อยไป ไม่มีที่สิ้นสุด

เวลา (Time)

ในความหมายของทฤษฎีเอลเลียต คือ เวลาเปรียบเทียบ ซึ่งมีลักษณะเป็นอัตราส่วน (isochronic time) โดยใช้หลักของลำดับเลขฟิโบนาชี่ในการนับ ซึ่งในท้ายที่สุดมักจะสอดคล้องกับรูปแบบของระลอกคลื่น

ความสัมพันธ์ระหว่างเวลาของคลื่นที่เกิดจากแรงกระตุ้น (impulse wave) กับคลื่นปรับตัว (Corrective wave) จะมีลักษณะใกล้เคียงกัน ตัวอย่างเช่น

ถ้าคลื่นกระตุ้นกินเวลาทั้งสิ้น 2 อาทิตย์ คลื่นปรับตัวจะใช้เวลาประมาณ 7 ถึง 8 วันของการซื้อขาย (trading days) เป็นต้น

หรือในกรณีคลื่นผลักดันที่อยู่ในแนวโน้มใหญ่ของตลาดบูม (ฺBull Market)ซึ่งอาจจะใช้เวลานานสองถึงสามปี คลื่นปรับตัวที่ตามมาจะใช้เวลาประมาณ 1.8 เดือน หรือมากกว่านั้นเ้ล็กน้อย

จะเห็นว่าพฤติกรรมของวงจรในทฤษฎีคลื่นเอลเลียตนั้น ขึ้นอยู่กับลักษณะรูปแบบ และการเคลื่อนไหวของระลอกคลื่นเป็นหลักสำคัญ เวลาไม่สามารถเปลี่ยนรูปแบบของระลอกคลื่นได้ ถ้าจะเปลี่ยนก็เปลี่ยนแต่เพียงทำให้ช่วงขนาดของคลื่นขยายตัวออก หรือ หดสั้นลง

เวลา ในความหมายของเอลเลียตจึงปรับตัวขึ้นลงตามกระแสระลอกคลื่น

สัดส่วนเปรียบเทียบ (Ratio)

ในทฤษฎีของเอลเลียต สัดส่วนเปรียบเทียบ คือ การพยายามค้นหาความสัมพันธ์ระหว่างระลอกคลื่นที่ผ่านมา กับระลอกคลื่นที่กำลังจะเกิดขึ้น โดยดูจากความสัมพันธ์ของส่วนสูงของระลอกคลื่น (amplitude) โดยใช้หลัก Golden Ratio มาวัดสัดส่วนของระลอกคลื่นที่เกิดขึ้นแต่ละระลอกนั้น ว่ามีรูปแบบที่ถูกต้องตามกฎเกณฑ์หรือไม่

ตามหลักความสัมพันธ์และรูปแบบของระลอกคลื่นจะไม่มีการเปลี่ยนแปลง ถ้าจะเปลี่ยนก็เปลี่ยนแต่เพียงความสูงของระลอกคลื่น (amplitude) และการเปลี่ยนแปลงจะเป็นเพียงชั่วระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น

ในกฎเกณฑ์ของทฤษฎีเอลเลียตทั้งหมด กฎอัตราส่วนเปรียบเทียบมีลักษณะที่คลุมเครือ และ ยังไม่สามารถอธิบายให้กระจ่างชัด แม้กระนั้นก็ตาม ได้มีผู้พยายามสร้างสูตรหาคำตอบการเปรียบเทียบดังนี้

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *